Brain Booster

Brain Booster

วิธีใช้สมองให้เต็มประสิทธิภาพ

รู้หรือไม่ว่าการพัฒนาทักษะการเรียนของลูกๆนั้น สามารถทำได้โดยการใช้สมองให้เต็มประสิทธิภาพ

ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับวิธีการทำงานของสมอง และวิธีที่จะใช้ประโยชน์จากมันเพื่อเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้ให้กับลูกๆของคุณ

การทำงานของสมองในสองโหมด

Focused Mode

สมองของเราทำงานในสองโหมดหลัก คือ Focused Mode และ Diffuse Mode

Focused Mode เป็นโหมดที่ใช้เมื่อเราตั้งใจทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างจริงจัง เช่น การทำโจทย์คณิตศาสตร์ หรือการตั้งใจฟังครูสอน การเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ มักเกิดขึ้นในโหมดนี้

Diffuse Mode

ในทางตรงกันข้าม Diffuse Mode จะทำงานเมื่อเราผ่อนคลายและไม่ได้คิดถึงสิ่งใดเป็นพิเศษ เช่น ตอนอาบน้ำ นั่งฟังเพลง หรือตอนนอน โหมดนี้ช่วยให้สมองเชื่อมโยงไอเดียต่าง ๆ เข้าหากันและมองเห็นภาพรวมของปัญหาได้ดียิ่งขึ้น

การสลับระหว่างโหมด Focused และ Diffuse ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาและความคิดสร้างสรรค์

ตัวอย่างหนึ่งจากการวิจัยของ Barbara Oakley และ Terrence Sejnowski ระบุว่า Diffuse Mode มีบทบาทสำคัญในการสร้างความคิดเชิงนามธรรมและการเชื่อมโยงระหว่างข้อมูลต่างๆ

เคล็ดลับของ Thomas Edison

หนึ่งในนักประดิษฐ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก Thomas Edison มีวิธีการที่น่าสนใจในการกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ของเขา

เขามักจะนอนพักเมื่อเจอปัญหาที่คิดไม่ออก แต่ก่อนที่เขาจะหลับไป เขาจะถือลูกเหล็กไว้ในมือ

เมื่อเขาผล็อยหลับไป ลูกเหล็กจะหล่นลงพื้นทำให้เขาตื่นขึ้น จากนั้นเขาจะรีบจดบันทึกไอเดียที่เกิดขึ้นในช่วงที่สมองอยู่ในโหมด Diffuse Mode เพื่อใช้แก้ปัญหา

Albert Einstein

Albert Einstein มักจะใช้เวลาในการเล่นไวโอลินหรือเดินเล่น เพื่อให้สมองของเขาได้เข้าสู่โหมด Diffuse นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เขาสามารถคิดค้นทฤษฎีสัมพัทธภาพได้

Steve Jobs

Steve Jobs ใช้การเดินเล่นเพื่อกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ เขามักจะนัดประชุมในระหว่างการเดินเล่น ซึ่งช่วยให้เขาได้คิดไอเดียใหม่ ๆ และแก้ปัญหาที่ยากได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Bill Gates

Bill Gates มักจะใช้เวลาในการอ่านหนังสือและเดินเล่นเพื่อให้สมองได้พักผ่อน เขาเชื่อว่าการใช้เวลาอย่างผ่อนคลายสามารถช่วยเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์และการคิดเชิงกลยุทธ์ได้

วิธีนำไปใช้พัฒนาทักษะการเรียนของลูก

การจัดเวลาให้สมองได้พักผ่อน

เมื่อเด็ก ๆ เจอกับปัญหาที่ยากในการเรียน เช่น การทำโจทย์คณิตศาสตร์ที่ไม่สามารถหาคำตอบได้ ให้พวกเขาได้พักผ่อนบ้าง โดยการทำกิจกรรมที่ชอบ เช่น วาดรูป ฟังเพลง หรือเล่นกีฬา เพื่อให้สมองได้เปลี่ยนไปสู่โหมด Diffuse Mode

การนอนหลับที่เพียงพอ

การนอนหลับเป็น Diffuse Mode ที่ดีที่สุด การนอนเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้สมองทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ เราควรให้ลูกนอนหลับอย่างเพียงพอ

งานวิจัยจาก University of Pennsylvania พบว่าการนอนหลับอย่างเพียงพอช่วยเสริมสร้างความจำและการเรียนรู้ ในขณะที่การขาดการนอนหลับจะลดประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาและความสามารถในการเรียนรู้ของเด็ก

สรุป

การใช้สมองให้เต็มประสิทธิภาพไม่ได้หมายความว่าเราต้องตั้งใจทำงานตลอดเวลา แต่การรู้จักให้สมองได้พักผ่อนและสลับระหว่างโหมด Focused และ Diffuse จะช่วยให้เรามีความคิดสร้างสรรค์และแก้ปัญหาได้ดีขึ้น เราสามารถนำเคล็ดลับเหล่านี้ไปปรับใช้ในการพัฒนาทักษะการเรียนของลูก ๆ เพื่อให้พวกเขาเรียนรู้และเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ

   References

  1. Oakley, B., & Sejnowski, T. (2018). Learning How to Learn.
  2. Bowers, K. S. (1992). The Rebirth of the Unconscious. American Psychologist, 47(6), 709-723.
  3. Dinges, D. F., & Kribbs, N. B. (1991). Performing while sleepy: Effects of experimentally induced sleepiness. In T. H. Monk (Ed.), Sleep, sleepiness and performance, 97-128. John Wiley & Sons.
  4. Dewey, J. (1938). Experience and Education. Kappa Delta Pi.
  5. Bowers, K. S. (1992). The Rebirth of the Unconscious. American Psychologist, 47(6), 709-723.
  6. Isaacson, W. (2007). Einstein: His Life and Universe. Simon & Schuster.
  7. Isaacson, W. (2011). Steve Jobs. Simon & Schuster.
  8. Kellogg, R. T. (1994). The Psychology of Writing. Oxford University Press.
  9. Dinges, D. F., & Kribbs, N. B. (1991). Performing while sleepy: Effects of experimentally induced sleepiness. In T. H. Monk (Ed.), Sleep, sleepiness and performance, 97-128. John Wiley & Sons.